ผู้อำนวยการ


Wacharapon

น.สพ.วัชรพล   โชติยะปุตตะ

  ผู้อำนวยการกองความร่วมมือด้านการปศุสัตว์                      ระหว่างประเทศ

ข้อการปฏิบัติก่อนเดินทางไปราชการต่างประเทศ

การดำเนินงานด้านต่างประเทศ

IMAGE การเข้าเยี่ยมคารวะกรมปศุสัตว์เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ของเจ้าหน้าที่ OIE Sub-Regional Representation for South East Asia (OIE SRR SEA)
วันพฤหัสบดี, 06 กุมภาพันธ์ 2563
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ห้องประชุม 1 ตึกอำนวยการ... Read More...

กิจกรรมอื่นๆ

กิจกรรมกองความร่วมมือด้านการปศุสัตว์ระหว่างประเทศ

IMAGE การปฏิบัติงานจุดรับรองและอำนวยการประชาชนของรัฐบาล โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
วันอังคาร, 22 พฤศจิกายน 2559
     เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์... Read More...
IMAGE เจ้าหน้าที่ กรป. เข้าร่วมการปฏบัติธรรมวันธรรมะสวนะ ณ วัดไตรมิตรวิทยาราม
วันพฤหัสบดี, 15 ธันวาคม 2559
          เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2559 เจ้าหน้าที่ กรป.... Read More...

คู่มือการเดินทางไปราชการต่างประเทศ

                  Untitled

                           สอบถามเพิ่มเติม :

                          กลุ่มวิเทศสัมพันธ์

                  Tel. 02-6534444 ต่อ 1351-2

                   E-mail : foreign@dld.go.th

 

External Link

               t01 01

            .......................................................

              Moc mix version 100 3 03

           .......................................................      

              OIE Logo 4

          ......................................................      

              FAO

         .......................................................      

             Untitled

         .......................................................

         LawASEANlogoooo

        ........................................................

สถิติผู้เข้าใช้งาน

117262
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
251
201
452
115531
6380
8873
117262

Your IP: 100.24.113.182
2020-11-24 18:12

270

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ห้องประชุม 1 ตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์ อธิบดีกรมปศุสัตว์มอบหมายให้ นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานในการเข้าเยี่ยมคารวะกรมปศุสัตว์เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ของเจ้าหน้าที่ OIE Sub-Regional Representation for South East Asia (OIE SRR SEA) พร้อมด้วยผู้แทนจาก สคบ. และ กรป. โดยในการเข้าเยี่ยมคารวะดังกล่าว OIE ได้ขอหารือถึงความคืบหน้าในการดำเนินโครงการต่างๆ ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง OIE และกรมปศุสัตว์ โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. ความร่วมมือในการควบคุมและป้องกันโรคระบาดสัตว์ที่สำคัญ
1.1 โรคปากและเท้าเปื่อย (FMD)
        - OIE ขอให้กรมปศุสัตว์ให้การสนับสนุนการจัดทำแผนการควบคุมโรค FMD ในภูมิภาค ประจำปี 2564-2568 (SEACFMD Roadmap 2021-2025) โดย OIE เป็นผู้จัดทำร่างแผนดังกล่าว และนำเสนอในที่ประชุมคณะทำงานด้านการปศุสัตว์อาเซียน (ASWGL) เพื่อแจ้งให้กับประเทศสมาชิกอาเซียนทราบในเบื้องต้น จากนั้นจะผลักดันเข้าสู่วาระการประชุมสมัชชาใหญ่ ของ OIE ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อขอความเห็นจากประเทศสมาชิก OIE ทั้งหมด และคาดว่าจะให้การรับรองแผนดังกล่าวได้ในที่ประชุม SEACFMD Sub-Commission Meeting ต่อไป ซึ่งกรมปศุสัตว์เห็นชอบในหลักการ และมีความยินดีที่จะเข้าร่วมในการจัดทำแผนดังกล่าว นอกจากนี้กรมปศุสัตว์ได้นำเสนอแนวทางในการจัดทำ FMD Free Zone ในพื้นที่ปศุสัตว์เขต 2 พร้อมทั้งนำเสนอแนวทางปฏิบัติในการแจ้งการระบาดของโรคที่รวดเร็วผ่านช่องทางต่างๆ ที่กรมปศุสัตว์ได้จัดทำขึ้น เช่น DLD 4.0 Application, สายด่วนแจ้งการระบาดของโรค เป็นต้น
       - กรมปศุสัตว์เสนอให้ OIE รับรองการจัดทำ FMD Compartment with vaccine โดยฝ่าย OIE แนะนำว่าในการหารือแบบทวิภาคี หากประเทศคู่ค้าสามารถยอมรับเงื่อนไขดังกล่าวได้ ก็สามารถจัดทำ FMD Compartment with vaccine ได้ แต่หากกรมปศุสัตว์มีความประสงค์จะให้ระบุเงื่อนไขดังกล่าวลงใน OIE Terrestrial Animal Health Code อาจต้องมีการได้รับความเห็นชอบจากประเทศสมาชิก OIE ทั้งหมดก่อน กรมปศุสัตว์จึงเห็นควรหารือกับ มกอช. ในฐานะเป็นผู้ประสานงานในการพิจารณา OIE Terrestrial Animal Health Code เพื่อขอความเห็นจาก มกอช. และขอให้ มกอช. นำเสนอเงื่อนไขดังกล่าวในการประชุม ASWGL ก่อนเข้าสู่การประชุมสมัชชาใหญ่ของ OIE ต่อไป
1.2 โรคอหิวาต์แอฟริกันในสุกร (ASF):
       - OIE สอบถามถึงการเตรียมความพร้อมของกรมปศุสัตว์เพื่อรับมือกับการระบาดของโรค ASF โดยทางกรมปศุสัตว์ยืนยันท่าทีในการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับการระบาดของโรค ASF ซึ่งในเรื่องดังกล่าว กรมปศุสัตว์ได้ประสานขอความร่วมมือไปยังทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อช่วยในการควบคุมและป้องกันโรค โดยรัฐบาลไทยเห็นว่าเรื่องดังกล่าวมีความสำคัญและมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง จึงได้ยกระดับการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับการระบาดของโรค ASF เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญและร่วมมือกันเพื่อช่วยป้องกันและควบคุมไม่ให้เกิดการระบาดในประเทศ ซึ่งในส่วนของการเตรียมความพร้อมฯ กรมปศุสัตว์ได้ออกประกาศให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการเฝ้าระวังการเกิดโรค มีการจัดทำแผนวิเคราะห์ความเสี่ยงในการระบาดของโรคมีการอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร และมีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุหากเกิดโรคระบาดขึ้น ตลอดจนมีมาตรการชะลอการนำเข้าสุกรและผลิตภัณฑ์จากสุกรในประเทศที่มีการระบาดของโรค
นอกจากนี้ OIE ได้แสดงความกังวลในการระบาดของโรค ASF ในสุกรป่า ซึ่งในประเด็นดังกล่าว กรมปศุสัตว์มีการเตรียมความพร้อมโดยการหารือกับคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อจัดทำแผนเฝ้าระวังการเกิดโรคในสุกรป่า โดยแผนดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการ และจะแจ้งความคืบหน้าให้ OIE ทราบต่อไป
1.3 โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies):
       - OIE สอบถามแผนการเฝ้าระวังและควบคุมการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งในเรื่องดังกล่าวกรมปศุสัตว์ได้นำเสนอแผนการเฝ้าระวังดังกล่าว โดยดำเนินการร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนการทำวัคซีนให้กับสัตว์เลี้ยงในทุกพื้นที่โดยประสานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด และการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การทำวัคซีนครอบคลุมในทุกพื้นที่ ซึ่งผลการปฏิบัติที่ผ่านมา ส่งผลให้ประเทศไทยสามารถลดอัตราการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
       - OIE สอบถามความคืบหน้าในการดำเนินโครงการพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเป็นโครงการที่กรมปศุสัตว์จัดทำร่วมกับศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐฯ (TUC) และกระทรวงสาธารณสุข มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมและป้องกันการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า โดยความคืบหน้าโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการใกล้แล้วเสร็จ เหลือเพียงรอการพิจารณาในเรื่องการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ และกรมปศุสัตว์มีความประสงค์ขอเชิญเจ้าหน้าที่ OIE เข้าตรวจเยี่ยมการดำเนินการในพื้นที่ เพื่อให้ข้อคิดเห็นและคำแนะนำเพิ่มเติม นอกจากนี้กรมปศุสัตว์มีแผนในการดำเนินการเพิ่มพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่มเติม ได้แก่ บางกระเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการ
2. การพิจารณาจัดทำร่างข้อตกลงระหว่าง OIE และรัฐบาลไทยโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (Agreement between the World Organisation for Animal Health (OIE) and the Government of the Kingdom of Thailand Concerning the Headquarters of the Sub-Regional Representation for South East Asia and its Privileges and Immunities on Thai Territory) ซึ่งเป็นร่างแบบความตกลงระหว่าง OIE และประเทศไทยในการจัดตั้งศูนย์ OIE SRR SEA ในประเทศไทย รวมถึงความคืบหน้าการดำเนินการให้สถานะนิติบุคคลระหว่างประเทศของ OIE SRR SEA
        - กรมปศุสัตว์รายงานความคืบหน้าในเรื่องการดำเนินการดังกล่าวว่ากรมปศุสัตว์ได้ร่างหนังสือไปยัง กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อขอความอนุเคราะห์ในการพิจารณาข้อกฎหมายตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติฯ ว่าสามารถใช้กับ OIE SRR SEA อย่างเป็นทางการได้ทันที หรือจำเป็นต้องจัดทำข้อกฎหมายเฉพาะเพิ่มเติม และได้วางแผนกำหนดจัดประชุมคณะทำงานเพื่อจัดทำเอกสารการรับรองสถานะนิติบุคคลของ OIE SRR SEA โดยทาง OIE ได้เสนอว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายจาก OIE เข้าร่วมในการประชุมดังกล่าวด้วย
3. การเตรียมการเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุม OIE Regional Commission ครั้งที่ 32 ในปี 2564
        - กรมปศุสัตว์กล่าวแสดงความยินดีที่ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุม OIE Regional Commission ครั้งที่ 32 ในปี 2564 โดยในส่วนของกรมปศุสัตว์มี กรป. เป็นผู้ประสานงานในเรื่องดังกล่าวซึ่ง กรป. จะมีการกำหนดจัดการประชุมหารือเพื่อจัดทำแผนการดำเนินงานต่อไป ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์จะต้องจัดทำวิดีโอเพื่อแสดงความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุมดังกล่าว เพื่อนำเสนอในที่ประชุมสมัชชาใหญ่ของ OIE ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่มีกำหนดจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2563 ต่อไป
4. การดำเนินการ OIE PVS Pathway ของประเทศไทย
        - กรมปศุสัตว์ขอให้ OIE ให้การสนับสนุนการดำเนินการ OIE PVS Pathway ของประเทศไทย ซึ่งในกระบวนการดังกล่าว ประเทศไทยได้ผ่านขั้นตอนการทำ PVS Evaluation และ PVS Gap Analysis เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในขั้นตอนต่อไปจะเป็นการดำเนินการ PVS Self Evaluation เพื่อประเมินผลการดำเนินงานในปัจจุบันของงานด้านสัตวแพทย์ของประเทศไทย หลังจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินการ PVS Evaluation Follow Up โดยเจ้าหน้าที่ OIE ต่อไป ซึ่ง OIE มีความยินดีที่จะให้การสนับสนุนประเทศไทยในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้เกิดการพัฒนางานด้านสัตวแพทย์ของประเทศไทยต่อไป

ข้อมูลโดย น.สพ.พัสกร  บุญสุภาวงศ์ นายสัตวแพทย์

270

          ผู้แทนกรมปศุสัตว์เดินทางไปร่วมประชุมหารือการจัดทำความร่วมมือและดูงานด้านการวิจัยทางด้านอาหารสัตว์สัตว์เคี้ยวเอื้อง ณ Tropical Crops Genetic Resources Institute (TCGRI), Chinese Academy of Tropical agricultural Sciences (CATAS) ณ เมือง Haikou มณฑล Hainan สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 24 – 27 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา

          กรมปศุสัตว์ได้มอบหมายให้ นางบุณฑริกา กระจ่างวงษ์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ กองความร่วมมือด้านการปศุสัตว์ระหว่างประเทศ นายอุดร สีแสง นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ และนางสาวศศิธร เจาะจง นักวิชาการสัตวบาลปฏิบัติการ สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ เป็นผู้แทนกรมปศุสัตว์เดินทางไปในครั้งนี้

          ทั้งนี้ TCGRI, CATAS เป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรและชนบท (Ministry of Agriculture and Rural Affairs: MARA) ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งรับผิดชอบการวิจัยการเกษตรเขตร้อนของ MARA โดยวิจัยเกี่ยวกับ Germplasm Propagation and Conservation, Germplasm Resources of Tropical Crops, Tropical Pasture, Cassava, Animal Science, Tropical Fruits, Tropical flowers, Tropical Vegetables, Tropical Medicinal Herbs และTropical Rice โดยคณะผู้แทนฯได้เข้าพบ Professor Dr. Songbi Chen รองผู้อำนวยการของ TCGRI, CATAS และ Dr. Daun Cuifang รองผู้อำนวยการของ Division of International Cooperation, CATAS และคณะนักวิจัยของ TCGRI, CATAS ณ CATAS วิทยาเขต Haikou โดยได้มีการหารือความร่วมมือด้านการวิจัยอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้องระหว่างกรมปศุสัตว์และ TCGRI, CATAS เพื่อนำไปสู่การลงนามใน Memorandum of Agreement ต่อไป และเมื่อการวิจัยอาหารสัตว์สัตว์เคี้ยวเอื้องประสบผลสำเร็จลุล่วง ก็จะมีการร่วมมือในด้านอื่นๆที่มีความสนใจร่วมกันต่อไป

           นอกจากนี้คณะผู้แทนได้เข้าเยี่ยมฟาร์มโคเอกชนชื่อ “ไห่เต้าเค้อนิ่ว” ที่มีโคพันธุ์แองกัสนำเข้ามาจากประเทศออสเตรเลีย ลูกโคเป็นลูกผสมแองกัสกับวากิว (แม่พันธุ์เป็นแองกัส พ่อพันธุ์เป็นวากิวที่ได้มามาจากการทำEmbryo transferจากญี่ปุ่น) เยี่ยมชมดูลักษณะการเลี้ยง โรงเรือน ลักษณะอาหารที่ใช้เลี้ยง (ฤดูร้อนเลี้ยงด้วยข้าวโพดหมัก และฤดูหนาวเลี้ยงด้วย king grass) ทั้งนี้สัดส่วนของอาหารหยาบ 25 กิโลกรัม/ตัว/วัน ส่วนอาหารข้น 2 กิโลกรัม/ตัว/วัน อาหารสัตว์จะซื้อภายในเกาะ และส่งฆ่าภายในประเทศ น้ำหนักก่อนส่งโรงฆ่าอยู่ที่ 800 กิโลกรัม และได้เยี่ยมชมฟาร์มแพะเอกชน “ฟู่หยาง” มีแพะพันธุ์ไห่นานผสมแองโกลนูเบียน โดยแม่เป็นแพะดำไห่นาน และพันธุ์แองโกลนูเบียน ส่วนพ่อพันธุ์ดำ Hainan และพันธุ์นูเบียน แม่พันธุ์ใช้งานตั้งแต่อายุ 8เดือน - 7ปี และพ่อพันธุ์ใช้งานตั้งแต่อายุ 1 - 5ปี เลี้ยงแพะด้วย peanut hay สัดส่วนอาหารข้นอยู่ที่ 0.5 กิโลกรัม/ตัว/วัน ฟาร์มนี้ผลิตอาหารสัตว์เองโดยปลูก King grass และถั่วลิสง คนไห่นานนิยมรับประทานเนื้อแพะโดยเฉพาะ Hotpot เลี้ยงประมาณ 8 เดือนโดยน้ำหนักก่อนส่งโรงฆ่าอยู่ที่ 30 กิโลกรัม

           อีกทั้ง TCGRI, CATAS ยังได้พาคณะผู้แทนเดินทางไปที่ ฟาร์มทดลองวิจัยของ CATAS วิทยาเขต Danzhou ในส่วนของฟาร์มโคขุนพันธุ์ Native Yellow Cattle กับวากิว โดยมีวัตถุประสงค์ในการวิจัยเพื่อให้ได้ลูกโคที่โตไว เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ทั้งนี้จะเลี้ยงประมาณ 2 ปี แล้วส่งโรงฆ่าต่อไป เยี่ยมชมฟาร์มทดลองวิจัยแพะ Hainan ผสม Black Goat จำนวน 400 ตัว เลี้ยงด้วย King grass และอาหารข้น และเยี่ยมชมฟาร์มทดลองวิจัยไก่พันธุ์ Danzhou ร่วมกับบ.เอกชน โดยวิจัยครึ่งหนึ่งและขายครี่งหนึ่ง ลักษณะไก่พันธุ์นี้คือ เล็กแต่เนื้ออร่อย น้ำหนักตัวอยู่ที่ 1.5 กิโลกรัม/ตัว ทั้งนี้ลูกไก่จะมีการคัดเลือก 3 รอบ ก่อนการเป็นพ่อแม่พันธุ์ โดยดูจากน้ำหนักและลักษณะที่ถูกต้องตามสายพันธุ์ เพื่อให้ได้ไก่ที่ high quality เนื้อที่อร่อย ตัวใหญ่ขึ้น ขาแข็งแรง

ข้อมูลโดย สพ.ญ.บุณฑริกา กระจ่างวงษ์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ

270

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 กรมปศุสัตว์ ได้มอบหมายให้ผู้แทนจาก สคบ., กรป., สนง.ปศข.3 และสนง.ปศจ.อุบลราชธานี ร่วมกับหน่วยงานภายนอก ได้แก่ กรมควบคุมโรค ประชุมหารือเพื่อวางแผนการดำเนินงานตามโครงการเฝ้าระวังและป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเชิงรุกแบบบูรณาการตามแนวพื้นที่ชายแดนประเทศไทย ณ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี และได้สรุปแผนการดำเนินงานเบื้องต้นในบริเวณชายแดนประเทศไทย จ.อุบลราชธานี และ สปป.ลาว แขวงจำปาสัก ดังนี้
         1. ลักษณะการดำเนินงานตามโครงการฯ โดยมีระยะการดำเนินงาน 3 วัน ได้แก่ อบรมอาสาร่วมระหว่างอาสาไทย-ลาว 1 วัน, ลงพื้นที่ให้ความรู้ ฉีดวัคซีนและทำหมันในพื้นที่ฝั่งไทย 1 วัน และฝั่งลาว 1 วัน
         2. กำหนดวันปฏิบัติงาน คือ วันที่ 30 มี.ค. - 1 เม.ย. 63
         3. กำหนดพื้นที่ดำเนินงาน ได้แก่
                - ประเทศไทย: อ.สิรินธร (ช่องเม็ก) จ.อุบลราชธานี
                - สปป.ลาว: บ้านเหียง เมืองสุกุมา, กลุ่มบ้านดงยาง เมืองโพนทอง

ทั้งนี้ จะประสานงานเพื่อเตรียมการดำเนินงานต่อไป

ข้อมูลโดย สพ.ญ.พจณา  สากระแสร์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการ

270

เมื่อวีนที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 นายอิสวาน ยาคอบ รองประธานรัฐสภาฮ้งการีและประธานสมาคมความร่วมมือเกษตรกรแห่งชาติฮังการีและคณะเข้าพบหารือกับนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย อธิบดีกรมปศุสัตว์ได้มอบน.สพ.สาโรช งามขำ พร้อม ผอ.กรป.เข้าร่วมการหารือ มีสาระสรุปทางด้านปศุสัตว์ดังนี้
       1.ที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ของไทยและฮังการีมีความสัมพันธ์อันดีและมีการแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการและมีการหารือกันในเรื่องของเทคโนโลยีการผลิตสัตว์และการผลิตสัตว์ปีกและโรคของสัตว์ปีก
       2.ฮังการียินดีที่จะเชิญเจ้าหน้าที่ไทยไปดูงานด้านการควบคุมโรคAfrican Swine fever และการดำเนินการทำRegionalizationของโรคASF ในเร็วๆนี้
       3.ฮังการีประสงค์จะมึความร่วมมือกับไทยทางด้านเทคโนโลยีการผลิตอาหาร และ ฮังการีให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่มาจากGMO
       4.การประชุมJoint Working Group ทางเกษตรระหว่างไทยกับฮังการีมีความก้าวหน้ากันมากซึ่งจะสามารถติดตามกิจกรรมระหว่างกันได้
       5.ฮังการีขอให้ไทยช่วยพิจารณาเนื้อสุกรพันธุ์ Mangalica

ข้อมูลโดย น.สพ.วัชรพล  โชติยะปุตตะ ผู้อำนวยการ กรป.

 

 41 aLp

Mail DLD  IDP DILC KM DLD  Download  doc DLD